คุณอยู่ที่: หน้าแรกศูนย์ข้อมูลธุรกิจสรุปผลการประชุมเรื่องแนวทางการป้องกันและช่วยเหลือภาคเอกชนไทยที่ได้รับผลกระทบ จากการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของบราซิล

สรุปผลการประชุมเรื่องแนวทางการป้องกันและช่วยเหลือภาคเอกชนไทยที่ได้รับผลกระทบ จากการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของบราซิล

สรุปผลการประชุมเรื่องแนวทางการป้องกันและช่วยเหลือภาคเอกชนไทยที่ได้รับผลกระทบ

จากการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของบราซิล


 

 

ด้วยกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย จัดการประชุมเรื่องแนวทางการป้องกันและช่วยเหลือภาคเอกชนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของบราซิล” ณ ห้อง The Valley โรงแรมแชงกรี-ลา ระหว่างเวลา 15.30-17.00 น. เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 โดยมีนางภัทราวรรณ เวชชศาสตร์ รองอธิบดีกรมอเมริกาฯ เป็นประธานร่วมกับนายพิชยพันธุ์ชาญภูมิดล เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย และมีผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนภาคเอกชน ได้แก่ บริษัทดีสโตน จำกัด บริษัท วีรับเบอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด รวมทั้งผู้อำนวยการกองลาตินอเมริกาและเจ้าหน้าที่กองลาตินอเมริกาเข้าร่วม สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ในทางปฏิบัติกรมปกป้องทางการค้าบราซิล (DECOM) จะแจ้งเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ และ สคร. ส่งเรื่องต่อมายังกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ไต่สวนในประเทศ โดย คต. จะแจ้งให้สภาอุตสาหกรรมฯ แจ้งสมาชิกที่เกี่ยวข้อง โดยระหว่างกระบวนการไต่สวนของ DECOM จะส่งแบบสอบถามซึ่งเป็นภาษาโปรตุเกสให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง (ภาครัฐไม่ได้รับแบบสอบถามเนื่องจากเป็นข้อมูลเชิงลึกด้านการเงินของบริษัท) ผู้ประกอบการจะต้องกรอกแบบสอบถามและส่งกลับภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่หากส่งไม่ทันอาจขอขยายเวลาได้ และในบางกรณีผู้แทน DECOM อาจเดินทางมาประเทศไทยเพื่อตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือ DECOM จะใช้ข้อมูลจากแหล่งอื่นในการพิจารณาแทน อย่างไรก็ดี ผู้มีหน้าที่อาจเลือกใช้วิธีสุ่มไต่สวนได้

     โดยปกติมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดจะใช้บังคับเป็นระยะเวลา 5 ปี และต่อได้อีก 5 ปีโดย DECOM จะตรวจสอบว่ามีความเสียหายต่อเนื่องหรือยังมีการทุ่มตลาดต่ออีกหรือไม่ อย่างไรก็ดีหลังจากเวลา 1 ปี ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอให้ตรวจสอบการดำเนินการและทบทวนอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดได้

2. ปัญหาและอุปสรรคและข้อเสนอของผู้ประกอบการไทย

   บริษัทไทยไม่ใช่เป้าหมายหลักที่ถูกมาตรการตอบโต้ฯ แต่บริษัทของจีนซึ่งส่งสินค้าออกไปยังบราซิลจำนวนมากเป็นเป้าหมายหลัก จึงส่งผลให้บริษัทไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวตามไปด้วย

2.1 บริษัทวีรับเบอร์ ถูกไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้า 2 รายการ คือ ยางรถจักรยานยนต์และยางรถยนต์ โดยบริษัทฯ แจ้งว่าได้กรอกแบบสอบถามและส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยางรถจักรยานยนต์อย่างครบถ้วนทันเวลา แต่ถูกตัดสินให้เสียภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเพราะ DECOM ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบโรงงาน ส่วนแบบสอบถามเกี่ยวกับยางรถยนต์ บริษัทกรอกข้อมูลไม่ทัน นอกจากนี้ บริษัทฯ แจ้งว่าบราซิลได้ออกมาตรการให้ความคุ้มครองผู้นำเข้าของบราซิล และขอความอนุเคราะห์กรมการค้าฯ ตรวจสอบมาตรการดังกล่าวที่อาจจะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ส่งออกของไทย ซึ่งกรมการค้าฯ แจ้งความพร้อมที่จะดำเนินการแต่ขอรับรายละเอียดข้อกฎหมายเพิ่มเติม

                 2.2 บริษัทดีสโตน ถูกไต่สวนการทุ่มตลาดยางรถยนต์ โดยบริษัทฯ แจ้งว่าได้กรอก

แบบสอบถามครบถ้วนทันเวลา และมีผู้แทนจาก DECOM เดินทางมาตรวจโรงงาน ซึ่งบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ก็ยังถูกตัดสินว่าใช้วิธีการทุ่มตลาด

                 2.3 บริษัทไบเออร์ไทย ถูกไต่สวนการทุ่มตลาดเม็ดพลาสติกโพลีคาร์บอเนต ซึ่งผู้แทน DECOM ได้เดินทางมาสอบสวน และบริษัทฯ ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ยังถูกตัดสินว่าใช้วิธีการทุ่มตลาดเช่นกัน อย่างไรก็ดี ต่อมา DECOM ได้แจ้งระงับการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดเป็นเวลา 1 ปี เนื่องจากสินค้าดังกล่าวในบราซิลขาดตลาด บริษัทฯ จึงขอความอนุเคราะห์กรมการค้าฯ พิจารณาหาแนวทางเพื่อให้ทางการบราซิลยกเลิกหรือบรรเทาการใช้มาตรการตอบโต้ฯ ซึ่งกรมการค้าฯ ให้ความเห็นว่า ในเบื้องต้นผู้ประกอบการสามารถยื่นต่อ DECOM ให้พิจารณาทบทวนการใช้มาตรการตอบโต้ฯ ได้เมื่อครบ 1 ปี

           

3. การดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย และกรมการค้าต่างประเทศ

3.1 สอท. ณ กรุงบราซิเลีย

(1) ได้หารือกับเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่ประจำการในบราซิล เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและเวียดนาม ซึ่งต่างเห็น พ้องกันว่าผู้ประกอบการควรดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดไว้ และพยายามให้ข้อมูลและหลักฐานอ้างอิงในขั้นตอนการตอบแบบสอบถามให้มากและละเอียดที่สุด

(2) มีแนวคิดที่จะรวมกลุ่มกับประเทศที่ประสบปัญหาและหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการเรียกร้องต่อรัฐบาลบราซิลให้ปรับปรุงแนวทางในการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และ

(3) เสนอแนวทางป้องกันในลักษณะ “ระบบเตือนภัยล่วงหน้า” (Early Warning System) โดยผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าชาวบราซิลต้องติดตามแนวโน้มที่จะถูกใช้มาตรการตอบโต้ฯ และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในไทยทราบโดยเร็ว เพื่อทุกฝ่ายจะได้หารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเปิดไต่สวนการทุ่มตลาด

    

3.2 กรมการค้าต่างประเทศ จะเป็นผู้ดำเนินการแก้ต่างให้ผู้ประกอบการไทยโดยพิจารณาจากข้อกล่าวหาของฝ่ายบราซิล แต่ฝ่ายบราซิลก็มั่นใจในข้อมูลของตน โดยเฉพาะหากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่อยู่ในรายการที่รัฐบาลบราซิลต้องการปกป้องอุตสาหกรรมภายใน ทาง DECOM ก็จะเพิกเฉยต่อข้อแก้ต่างของฝ่ายไทย

4. ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาของที่ประชุม (1) เมื่อได้รับเรื่องการเปิดไต่สวน สอท. จะแจ้ง สคร. เพื่อ สคร. แจ้งต่อ คต. โดยเร็วที่สุด (2) อาจมีการจัดตั้งกลไกการเตือนภัยล่วงหน้าของภาคเอกชน โดยอาจจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษามืออาชีพร่วมกันเพื่อติดตามนโยบายและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล /รายการสินค้าที่ผู้ประกอบการภายในประเทศได้รับผลกระทบและที่รัฐบาลบราซิลกำลังเพ่งเล็ง / รายการสินค้าที่ขาดตลาดในบราซิล (3) ผู้นำเข้าบราซิลอาจรวมตัวกันเพื่อร้องเรียนต่อรัฐบาลบราซิล

5. สรุปการดำเนินการต่อไป

   5.1 ผู้ประกอบการอาจหยิบยกเรื่องการถูกใช้มาตรการตอบโต้ฯ หารือกับสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อให้มีการตั้งคณะทำงานและกองทุนเพื่อจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษา โดยหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันซึ่งรวมถึงการจัดทำระบบเตือนภัยล่วงหน้า

 5.2 ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศจะเสนอผลของการประชุมฯ ต่ออธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และอาจพิจารณาจัดการหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และอาจรวมถึงจัดคณะเดินทางไปหารือกับฝ่ายบราซิล

                                                ------------------------------------------

          กองลาตินอเมริกา

         กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

ข้อมูลการค้าการลงทุน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย Royal Thai Embassy,

Brazil SEN-Av. Das Nações – Lote 10 CEP: 70800-912 Brasília-DF, Brazil. Tel: 5561 3224-6943 Fax: 5561 3223-7502

 

   

 

 

Go to top