คุณอยู่ที่: หน้าแรกศูนย์ข้อมูลธุรกิจการประชุมเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจ การค้า และการทุ่มตลาดสินค้าต่างประเทศของบราซิล เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2556 ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย

การประชุมเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจ การค้า และการทุ่มตลาดสินค้าต่างประเทศของบราซิล เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2556 ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย


             
ด้วยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2556 สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดการประชุมกับผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต /บราซิล ได้แก่ เยอรมนี อินโดนีเซีย เม็กซิโก สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เพื่อหารือ/แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ การค้า และการทุ่มตลาดสินค้าต่างประเทศของบราซิล โดยผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ นายวิทิต เภาวัฒนาสุข อุปทูต นายจักริน เจริญภักดิ์ เลขานุการเอก และนางสาวพลอย คุ้มทุกทิศ เลขานุการเอก สรุปสาระสำคัญ ดังนี้


1. ภาพรวมเศรษฐกิจบราซิล
ในภาพรวมเศรษฐกิจบราซิล ยังคงมีศักยภาพและเป็นตลาดใหญ่ที่สำคัญของโลก แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจบราซิลไม่ขยายตัวเท่าที่ควร โดย GDP ของบราซิลขยายตัวเพียง ร้อยละ 0.9 และร้อยละ 2 ในปี 2555 และ 2556 ตามลำดับ ส่งผลถึงความเชื่อมั่นทางธุรกิจของภาคเอกชนที่มีความเชื่อมั่นลดลง  รัฐบาลบราซิลได้ตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ ร้อยละ 4.5 แต่ปัจจุบันเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นถึง ร้อยละ 6 ทำให้ธนาคารกลางบราซิลต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็น ร้อยละ 10 เพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แต่ก็ส่งผลให้ภาคเอกชนลดการกู้ยืมเงินเพื่อขยายการลงทุน และผู้บริโภคลดการกู้ยืมสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านและใช้จ่ายสินค้า กระทรวงแรงงานบราซิล ได้ลดการประเมินการจ้างงานจาก 1.7 ล้านคน เป็น 1.4 ล้านคน 

 

เมื่อต้นปี 2556 รัฐบาลบราซิลตั้ง primary surplus ที่ร้อยละ 3.1 แต่ปัจจุบันได้ปรับตัวเลขลดลงเป็น ร้อยละ 2.3  ธนาคารกลางบราซิล แจ้งว่า หนี้สินของบราซิล (Debt/GDP) อยู่ที่ ร้อยละ 59.3 แต่ข้อมูลจาก IMF ระบุว่าบราซิลมีหนี้สินถึง ร้อยละ 68 (ความแตกต่างทางตัวเลขเกิดจากการที่ธนาคารกลางบราซิลไม่ได้รวมตราสารหนี้ระยะสั้นของรัฐบาลไปคำนวณ) ภาคการผลิตของบราซิล ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 14 ของ GDP มีความสามารถในการแข่งขันลดลง ค่าแรง และภาษีที่สูง จะส่งผลให้ภาคอุสาหกรรมภายในประเทศของบราซิลไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ในระยะยาว และอาจทำให้รัฐบาลบราซิลต้องเข้ามาปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศมากขึ้น


2. ปัญหา/อุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจบราซิล    

2.1  ภาษา/กฎหมาย: บราซิลใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการและมีกฎระเบียบที่ซับซ้อน และกฎหมายบราซิลเอื้อประโยชน์ต่อลูกจ้างท้องถิ่นเป็นอย่างมาก

2.2  ความสามารถในการแข่งขัน:  ภาคเอกชนบราซิลเริ่มไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยหากมองในภาพรวมจะพบว่ามีเพียงภาคการเกษตรเท่านั้นที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ กลับไม่มีประสิทธิภาพในการแข่งขัน

2.3  นโยบายการค้า/การลงทุน: บราซิลไม่มีนโยบายทางด้านการค้าและการลงทุนที่ชัดเจน
และมักเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบบ่อยครั้ง ซึ่งสร้างความสับสนให้ภาคเอกชนเป็นอย่างมาก

2.4  คุณภาพแรงงาน: ผลิตภาพแรงงานของบราซิลยังต่ำอยู่มาก

2.5  ภาษี:  บราซิลมีภาษีที่สูง โดยมีเรื่องเล่าว่า คนบราซิลต้องทำงานถึง 4 เดือน/ปี เพื่อนำ
เงินไปจ่ายภาษี

2.6 นวัตกรรม: ในด้านนวัตกรรม หากเปรียบเทียบกับประเทศ BRICS ที่เหลือ บราซิลมี
นวัตกรรมต่ำสุดและมีวิศวกรจำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรในประเทศ

2.7 ทัศนคติ:  บราซิลมีทัศนคติแบบ inward looking นโยบายการค้าของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ไม่สอดคล้องกัน

 

2.8 บริษัทที่จะเข้าไปลงทุนในบราซิลควรเป็นบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องยากสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่จะเข้าไปลงทุนในบราซิลและอยู่ได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากมีกฎเรื่อง local content และขั้นตอนความล่าช้าในการเดินเรื่องกับทางราชการ (red tape) จำนวนมาก   


3. ภาวะเศรษฐกิจบราซิลในปี 2557

บราซิลมีศักยภาพและเป็นประเทศที่ประชาคมโลกไม่ควรมองข้าม แม้ระยะหลังเศรษฐกิจจะดูอ่อนแอลงไปบ้าง แต่เชื่อว่าปี 57 เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นเพราะใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ และภาครัฐบราซิลคงใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary fiscal policy) มากขึ้น


4. การไต่สวนการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา องค์การการค้าโลก (World Trade Organization- WTO) รายงานว่า บราซิลมีจำนวนคดีเกี่ยวกับการไต่สวนการทุ่มตลาด จำนวน 48 คดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บราซิลพยายามที่จะปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศของตน และเห็นว่า ในการไต่สวนคีดการทุ่มตลาดนั้น บราซิลมักใช้ข้อมูลจากผู้ผลิตภายในประเทศเป็นหลักทำให้ผู้ส่งออกมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบ


หลายประเทศรวมทั้งไทยประสบปัญหาจาการที่บราซิลเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้านำเข้าหลายรายการ โดยในรอบ 2 ปี (2555-2556) บราซิลได้เปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดต่อสินค้าไทย จำนวน 6 รายการ  ได้แก่ สินค้าเส้นด้ายวิสโคส เม็ดพลาสติกโพลีคาร์บอเนต สินค้ายางรถจักรยานยนต์ สินค้ายางรถยนต์ สินค้าเส้นด้ายไนล่อน และยางรถยนต์ของรถบัสหรือรถบรรทุกของไทย


ทั้งนี้ จากการหารือกับฝ่ายบราซิลอย่างไม่เป็นทางการในหลายโอกาส สถานเอกอัครราชทูตหลายแห่ง เห็นพ้องว่า เป้าหมายของกรมปกป้องทางการค้าของบราซิล (DECOM) จริง ๆ คือ สินค้าจากจีน แต่เนื่องจากบราซิลไม่สามารถเปิดคดีการไต่สวนจีนเป็นการเฉพาะได้ จึงต้องนำสินค้าจากประเทศอื่นผนวกเข้าไปในการฟ้องร้องด้วย

 

 

****************

ข้อมูลการค้าการลงทุน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย Royal Thai Embassy,

Brazil SEN-Av. Das Nações – Lote 10 CEP: 70800-912 Brasília-DF, Brazil. Tel: 5561 3224-6943 Fax: 5561 3223-7502

 

   

 

 

Go to top