คุณอยู่ที่: หน้าแรกน่ารู้บราซิลThai Languageศูนย์ข้อมูลธุรกิจข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบราซิลข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างไทย-บราซิล

ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างไทย-บราซิล

ความสัมพันธ์ไทย - บราซิล
 
1. ด้านการเมือง
1.1 ภาพรวม
- ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2502 (ค.ศ. 1959) รวมเวลา 57 ปี โดยไทยจัดให้บราซิลเป็นประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ (strategic post) มีหน่วยงานไทยในบราซิล ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ นครเซาเปาลู สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ณ กรุงบราซิเลีย (ตั้งเมื่อปี 2551) สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ 
ณ นครเซาเปาลูและนครรีโอเดจาเนโร สำนักงานของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่นครรีโอเดจาเนโร และสำนักงานตัวแทนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 
ที่นครเซาเปาลู ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยได้อนุมัติการจัดตั้งสำนักงาน ททท. ณ นครเซาเปาลูแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้ง
- นอกจากสถานเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทย หน่วยงานของบราซิลที่ดูแลประเทศไทย ได้แก่ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบราซิล ณ กรุงจาการ์ตา (ตั้งเมื่อปี 2557) และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ รัฐบาลบราซิลได้อนุมัติในหลักการให้มีการจัดตั้งสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบราซิล ณ กรุงเทพฯ แล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ 
- การแลกเปลี่ยนการเยือนที่สำคัญในระดับพระราชวงศ์ระหว่างไทยและบราซิล ได้แก่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯ เยือนบราซิลเมื่อปี 2536 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนบราซิลเมื่อปี 2559 และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีเสด็จฯ เยือนบราซิลเมื่อปี 2535 2543 2553 และ 2555 เพื่อทรงเข้าร่วมการประชุม Rio+20
- การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างรัฐบาลมีไม่บ่อยนัก โดยที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีไทยเยือนบราซิล 2 ครั้ง ได้แก่ เมื่อปี 2542 (นายชวน หลีกภัย) และปี 2547 (นายทักษิณ ชินวัตร) แต่ยังไม่เคยมีผู้นำบราซิลเยือนไทย
 
1.2 กลไกทวิภาคี
- ทั้งสองประเทศมีกลไกการหารือระหว่างกัน ดังนี้
(1) คณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ในระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีกำหนดจัดประชุมปีละครั้ง โดยมีการประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง (ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อปี 2555 ณ กรุงบราซิเลีย) และมีกำหนดจัดการประชุม JC ครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทย
(2) การหารือทางการเมืองในเรื่องที่มีความสนใจร่วมกัน (Political Consultations on Matters of Common Interest) โดยเปิดกว้างสำหรับระดับของหัวหน้าคณะ ซึ่งมีกำหนดจัดประชุมทุก 2 ปีเพื่อหารือประเด็นทวิภาคีในทุกด้านซึ่งรวมถึงการเมือง เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2558 ณ กรุงบราซิเลีย
 
2. ด้านเศรษฐกิจ 
2.1 การค้า
- ไทยและบราซิลต่างเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ซึ่งกันและกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกา อย่างไรก็ดี ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า 
- สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ (1) รถยนต์และส่วนประกอบ (2) ยางพารา (3) เครื่องยนต์สันดาปภายใน (4) เม็ดพลาสติก (5) เครื่องจักรกล (6) รถจักรยานยนต์ (7) เหล็ก (8) ผลิตภัณฑ์ยาง (9) เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และ (10) ด้ายและเส้นใยประดิษฐ์
- สินค้านำเข้าของไทย ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบสำหรับป้อนโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ (1) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช (2) เหล็ก (3) สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (4) ด้ายและเส้นใย (5) ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ (6) เครื่องจักรกล (7) เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ (8) เคมีภัณฑ์ (9) ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และ (10) สินแร่โลหะอื่นๆ 
- รัฐบาลบราซิลมีนโยบายปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ สินค้าของไทยหลายรายการจึงถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ได้แก่ ยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก ยางรถจักรยานยนต์ เส้นด้ายวิสโคส เส้นด้ายไนล่อน และเม็ดพลาสติกโพลีคาร์บอเนต นอกจากนี้ สินค้าเครื่องชามเซรามิกของไทยต้องถูกตรวจสอบคุณสมบัติด้านแหล่งกำเนิดสินค้าเช่นกัน
- สินค้าไทยที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บอัตราภาษีนำเข้าที่สูง ได้แก่ กุ้งสดและกุ้งแช่แข็ง (ร้อยละ 20) ปลาซาดีนกระป๋อง (ร้อยละ 32) และปลาทูน่ากระป๋อง (ร้อยละ 16) ในขณะที่ปลาทูน่ากระป๋องจากเอกวาดอร์คิดภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 0
 
2.2 การลงทุน
(1) การลงทุนของบราซิลในไทย ปัจจุบันมีบุคคลสัญชาติบราซิลถือหุ้นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทยแล้ว 33 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 150 ล้านบาท และมีบริษัทร่วมทุนระหว่างบราซิลกับสหรัฐฯ ชื่อ Asian Production & Services Ltd. ซึ่งผลิต wire assembly จำนวน 1 โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างปี 2513 – 2553 โดยมีมูลค่าลงทุน 3 ล้านบาท และบริษัท Interman จำกัด ภายใต้ Jacto Group ได้เข้ามาลงทุนเพื่อผลิตเครื่องพ่นสารเคมีแบบสะพายหลัง โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง นอกจากนี้ บริษัทในเครือ BRF ของบราซิล ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อซื้อกิจการของบริษัท Golden Foods Siam ในไทย มูลค่า 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท) ซึ่ง Golden Foods Siam เป็นบริษัทไก่แปรรูปที่มีชื่อเสียงของไทย และมีโรงงานชำแหละเนื้อไก่ในจังหวัดปทุมธานี และโรงงานแปรรูปที่จังหวัดนครนายก 
(2) การลงทุนของไทยในบราซิล มีดังนี้
- บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้เปิดสำนักงานที่นครรีโอเดจาเนโร เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 โดยการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังอยู่ในขั้นตอนของการสำรวจและประเมินแหล่งปิโตรเลียมเป็นหลัก
- บริษัทแคลคอมพ์ อีเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Cal-Comp Electronics (Thailand) PLC) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างไทยกับไต้หวัน โดยมีโรงงานที่เมืองมาเนาส์ รัฐอามาโซนัสตั้งแต่ปี 2554 เพื่อผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ แผงวงจรคอมพิวเตอร์ และกล่องรับสัญญาณดาวเทียม โดยจ้างแรงงานชาวบราซิลประมาณ 1,500 คน และชาวไทยประมาณ 50 คน 
- บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมในเครือ Tivoli 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม Tivoli ที่นครเซาเปาลู และที่เมืองซัลวาดอร์ 
 
3. ความตกลงระหว่างไทย – บราซิล
- ปัจจุบัน ไทยและบราซิลได้ลงนามความตกลงทวิภาคีแล้วจำนวน 13 ฉบับ ได้แก่
(1) ความตกลงทางการค้า
(2) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ
(3) ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ
(4) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสมาพันธ์การค้าแห่งชาติบราซิล (The National Confederation of Commerce)
(5) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ
(6) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา
(7) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคี
(8) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระบบการทำงานและการให้สิ้นเชื่อเพื่อการส่งออกและนำเข้า ระหว่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธนส.) กับธนาคารแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติบราซิล (Banco Nacional de Desenvovimento Economico e Social หรือ BNDES)
(9) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านกีฬา
(10) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช
(11) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคี
(12) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการหารือทางการเมืองในเรื่องที่มีความสนใจร่วมกัน
(13) บันทึกความเข้าใจด้านการท่องเที่ยว
 
*************************************
 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย

6 มิถุนายน 2560

 

 

activity

 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย   

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย Royal Thai Embassy,

Brazil SEN-Av. Das Nações – Lote 10 CEP: 70800-912 Brasília-DF, Brazil. Tel: 5561 3224-6943 Fax: 5561 3223-7502

 

   

 

 

Go to top